พระเจดีย์วัดมาบจันทร์

บทนำ

พระเจดีย์นี้จัดสร้างขึ้นตามดำริของท่านพระอาจารย์อนันต์ อกิญฺจโน เจ้าอาวาสวัดมาบจันทร์ และคณะศิษยานุศิษย์ เพื่อใช้เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 เมตร สูง 45 เมตร มีประตูเข้าออกโดยรอบ 4 ทิศ ภายในเป็นห้องโถงโล่ง ไม่มีเสา มีเนื้อที่เพียงพอที่จะให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุและปฏิบัติภาวนาที่ด้านในได้

การออกแบบ

องค์พระเจดีย์ได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกลมกลืนกันระหว่าง 3 สถาปัตยกรรม ดังนี้

  1. ส่วนฐานพระเจดีย์ มีลักษณะตามแบบพระปฐมเจดีย์ของไทย
  2. ส่วนองค์พระเจดีย์ มีลักษณะเป็นทรงระฆังหรือดอกบัวคว่ำแบบลังกา
  3. ส่วนยอดพระเจดีย์ มีลักษณะทรง 8 เหลี่ยม ตามแบบสถาปัตยกรรมเจดีย์ของประเทศจีน

โดยการออกแบบนี้ มีที่มาจากแบบของพระเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุเขี้ยวแก้ว 3 แห่ง คือ

  1. เจดีย์วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
  2. เจดีย์วัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
  3. เจดีย์พระเกศแก้วจุฬามณี ในดาวดึงสเทวโลก

เจดีย์ทั้งที่ประเทศจีนและศรีลังกา ต่างเป็นที่เคารพสักการะของชาวพุทธทั้งฝ่ายเถรวาทและฝ่ายมหายาน

การที่นำแบบทั้งสามมาสร้างรวมกันไว้ในพระเจดีย์องค์เดียวกันก็เพื่อเป็นการสื่อให้เห็นว่าชาวพุทธไม่ว่าจะนับถือนิกายใดก็ตาม ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือ การมุ่งไปสู่พระนิพพานด้วยกันทั้งสิ้น

ถูปารหบุคคล

ถูปารหบุคคล [1] คือ บุคคลผู้ควรแก่สถูปหรือเจดีย์ ได้แก่ บุคคลผู้สมควรที่จะสร้างสถูปหรือเจดีย์บรรจุอัฐิไว้เพื่อเป็นที่ระลึกและสักการะบูชา

ถูปารหบุคคลที่สำคัญที่่ท่านได้กำหนดไว้ คือ

  • พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
  • พระปัจเจกพุทธเจ้า
  • พระอรหันตสาวก
  • พระเจ้าจักรพรรดิ

บุคคลทั้ง 4 นี้ควรแก่การสร้างสถูปหรือเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุไว้ให้เป็นที่สักการะบูชาของบุคคลผู้เลื่อมใส อันเป็นปัจจัยให้นำไปสู่สุคติโลกสวรรค์ได้ พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายผู้มีพระมหากรุณาใหญ่ เมื่อจะทรงอนุเคราะห์อนุชนรุ่นหลัง ก็ได้ทรงอธิษฐานว่า พระองค์ทรงดำรงพระชนมชีพอยู่เพียงชั่วอายุคนที่สั้นนัก ทำให้สัตว์โลกเป็นอันมากไม่ทันได้เห็นพระวรกายของพระองค์ อย่ากระนั้นเลย ถึงไม่ได้เห็นก็ขอให้พวกเขาได้มีโอกาสเห็นพระบรมธาตุของพระองค์และได้ทำการสักการะบูชา บุคคลทำการสักการะบูชาพระบรมธาตุของพระองค์แล้วย่อมมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า

พระเขี้ยวแก้ว ที่ วัดหลิงกวน กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

อานิสงส์ของการสร้างและบูชาพระเจดีย์

บุคคลตัวอย่างที่บูชาพระบรมสารีริกธาตุ

 เรื่องขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า [2]

อดีตกาลนานมาแล้ว ในสมัยที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเราทั้งหลายทรงเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ มีอาชีพตัดฟืน มีฐานะยากจนมาก อยู่มาวันหนึ่งได้เห็นทรายขาวสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องในราวป่า ก็มีจิตเลือมใสศรัทธาใคร่จะก่อพระเจดีย์บูชาพระรัตนตรัย จึงได้สละเวลาไม่ไปตัดฟืนตลอดทั้งวัน ก่อพระเจดีย์ทราย เสร็จแล้วได้ฉีกผ้าห่มผืนหนึ่งปักเป็นธงชัย แล้วบูชาพระรัตนตรัยในพุทธุปบาทกาลของพระศาสดาทรงพระนามว่าติสสสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วตั้งความปรารถนาว่า “ขอให้ข้าพเจ้าได้สำเร็จพระโพธิญาณในอนาคตกาล” เมื่อท่านละจากโลกนี้ไปแล้วได้ไปเกิดที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยผลบุญอยู่ 2,000 ปีทิพย์ บำเพ็ญบารมีญาณจนเต็มเปี่ยมดีแล้ว จึงได้มาอุบัติเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

  เรื่องของพระมหากัสสปเถระ [3]

สมัยที่พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ท่านพระมหากัสสปเถระในสมัยนั้นได้ชักชวนหมู่ญาติมิตรและประชาชนให้มาร่วมกันสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเจดีย์นี้สูง 100 ศอก นอกจากนี้ได้สร้างปราสาท 500 ศอก สูงตระหง่านจรดท้องฟ้า

เมื่อท่านละโลกนี้ไปแล้วได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยทิพยสมบัติเห็นปานนี้ คือ

  1. ยานพาหนะทิพย์เทียมด้วยม้าสินธพ 1,000 ตัว
  2. วิมานของท่านสูงตระหง่านมี 7 ชั้น มีปราสาท 1,000 องค์ ซึ่งแล้วไปด้วยทองคำและแก้วมณีส่องแสงสว่างไปทั่วสารทิศ
  3. มีอำนาจเหนือเทวดาทั้งปวง

เมื่อลงมาเกิดในโลกมนุษย์ในกัปป์ที่ 20,000 จากภัทรกัปป์นี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ครอบครองอาณาเขตโลกทั้ง 4 ทวีป มีแก้วแหวนเงินทองมากมาย ในชาติสุดท้ายได้มาเกิดในสกุลพราหมณ์ที่ร่ำรวย แต่สละทรัพย์ออกบวชจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์พร้อมด้วยคุณวิเศษ

   เรื่องของพระเจ้าปเสนทิโกศล [4]

สมัยพุทธกาล พระเจ้าปเสนทิโกศล ขณะเสด็จกลับกรุงสาวัตถี เมื่อถึงหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำ ด้วยความเลื่อมใสในพระศาสดา พระองค์จึงได้มีรับสั่งให้ก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นถึง 84,000 องค์ เพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา เสร็จแล้วได้เสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่บุพพารามมหาวิหาร แล้วได้ทูลถามถึงอานิสงส์แห่งการก่อพระเจดีย์ทราย

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้มีศรัทธาแรงกล้าได้ก่อเจดีย์ทรายแม้แต่องค์เดียว ก็ย่อมได้รับอานิสงส์มาก คือ

  1. จะไม่ตกนรกตลอดร้อยชาติ
  2. ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ จะอุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง
  3. มีชื่อเสียงเกียรติยศไปทั่วทุกสารทิศ
  4. จะได้ไปบังเกิดในสวรรค์เสวยทิพย์สมบัติ

   เรื่องของพระมหากัจจายนะ [5]

พระมหากัจจายนะเป็นพระภิกษุผู้มีผิวพรรณงดงามดั่งทองคำ ทั้งนี้เพราะสืบเนื่องมาจากในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสป ท่านบังเกิดในครอบครัวของชาวกรุงพาราณสี เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้วได้ไปยังสถานที่สร้างเจดีย์ทอง มีจิตเลื่อมใส จึงได้เอาอิฐทองคำมีมูลค่าแสนหนึ่งบูชา แล้วตั้งความปรารถนาว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอให้สรีระของข้าพระองค์จงมีวรรณดุจดั่งทองในที่ที่ข้าพระองค์เกิดแล้วเถิด” นับแต่นั้นท่านก็บำเพ็ญกุศลกรรมตลอดชั่วชีวิต เวียนว่ายตายเกิดในเทวดาและมนุษย์สิ้นพุทธันดรหนึ่ง
ครั้นมาถึงพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ได้มาบังเกิดในเรือนของปุโรหิต ในกรุงอุชเชนี ด้วยอานิสงส์แห่งบุญที่ได้บูชาพระศาสดาโดยการสร้างเจดีย์ด้วยอิฐทองคำ จึงทำให้ท่านเกิดมามีผิวพรรณดั่งทองคำ และได้รับการขนานนามว่า “กาญจนมาณพ”